ในยุค Industry 4.0 การนำเครื่องจักรเก่า (Legacy Machines) เข้าสู่ระบบโครงข่ายดิจิทัลเป็นเรื่องท้าทาย ปัญหาหลักไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อ แต่คือการ ตรวจสอบประสิทธิภาพโมดูล OPC UA ว่าสามารถส่งข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำเพียงใด บทความนี้จะเจาะลึกวิธีการประเมินประสิทธิภาพเพื่อให้มั่นใจว่าระบบ Industrial IoT ของคุณทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ
ทำไมต้องตรวจสอบประสิทธิภาพ?
เครื่องจักรเก่ามักใช้ Controller รุ่นเดิมที่มีหน่วยความจำจำกัด การติดตั้ง OPC UA Gateway หรือ Module เสริมอาจส่งผลต่อ Scan Time ของเครื่องจักร การตรวจสอบจึงเน้นไปที่ 3 หัวใจหลัก:
- Data Throughput: ความสามารถในการส่งปริมาณข้อมูลต่อวินาที
- Latency: ความหน่วงระหว่างการเกิด Event ในเครื่องจักรจนถึงการแสดงผลบนระบบ SCADA/Cloud
- Connection Stability: ความเสถียรของการเชื่อมต่อเมื่อมีการดึงข้อมูลจำนวนมาก (High Load)
ขั้นตอนการทดสอบ (Step-by-Step)
1. การวัดค่า Sampling Interval
ตรวจสอบว่าโมดูลสามารถอ่านค่าจาก PLC ได้ทันตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ หากตั้งค่า Sampling ต่ำเกินไป (เช่น 10ms) บนเครื่องจักรเก่า อาจทำให้ CPU Load สูงเกินไปจนข้อมูลสูญหาย
2. การทำ Stress Test
ทดลองดึง Data Tags จำนวนมากพร้อมกัน เพื่อหาขีดจำกัดสูงสุด (Maximum Tags) ที่โมดูลสามารถจัดการได้โดยที่ Communication Quality ยังเป็น "Good"
Pro Tip: การเลือกใช้ Standard OPC UA Information Model จะช่วยลดภาระในการประมวลผลของเครื่องจักรเก่าได้ดีกว่าการสร้าง Custom Tag ที่ซับซ้อน
สรุปผลการตรวจสอบ
การปรับปรุงเครื่องจักรเก่าด้วย OPC UA Module เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ต้องแลกมาด้วยการตั้งค่าที่เหมาะสม (Optimization) การตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการหยุดชะงักของไลน์ผลิตและทำให้ข้อมูล Big Data ของคุณมีความน่าเชื่อถือสูงสุด
OPC UA, Industrial IoT, Machine Retrofit, Automation, Performance Testing, Smart Factory, Industry 4.0
