ในยุคของ Industry 4.0 ความต่อเนื่องของข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญ การที่ระบบสื่อสารข้อมูลขัดข้องเพียงไม่กี่วินาทีอาจส่งผลเสียต่อกระบวนการผลิตมหาศาล บทความนี้จะเจาะลึกเรื่อง การทำ OPC UA Failover ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างความน่าเชื่อถือ (High Availability) ให้กับระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลในโรงงานอุตสาหกรรม
OPC UA Failover คืออะไร?
OPC UA Failover หรือ Redundancy คือการออกแบบระบบให้มี Server สำรอง (Secondary Server) เตรียมพร้อมทำงานแทนที่ Server หลัก (Primary Server) ทันทีที่เกิดการขัดข้อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือระบบเน็ตเวิร์ก เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลไปยังระบบ SCADA, ERP หรือ Cloud ไม่หยุดชะงัก
ทำไมต้องทำ Redundancy ในระบบ OPC UA?
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ (Reliability): มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ขาดหาย (Data Loss)
- ลด Downtime: ระบบสามารถสลับการทำงานได้โดยไม่ต้องรอการซ่อมแซมจากมนุษย์
- รักษาความปลอดภัยของข้อมูล: การเชื่อมต่อยังคงอยู่ภายใต้โปรโตคอลความปลอดภัยของ OPC UA ตลอดเวลา
กลไกการทำงานของ OPC UA Failover
โดยปกติแล้ว OPC UA Specification จะรองรับการทำ Redundancy ในหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมที่สุดคือ:
- Cold Failover: Server สำรองจะเริ่มทำงานและเชื่อมต่อใหม่เมื่อ Server หลักล่ม (ใช้เวลาสลับช้านิดหน่อย)
- Hot Failover: ทั้งสอง Server ทำงานไปพร้อมกัน ข้อมูลซิงค์กันตลอดเวลา เมื่อตัวหนึ่งล่ม อีกตัวจะรับช่วงต่อได้ทันที (Zero Data Loss)
ขั้นตอนการติดตั้งเบื้องต้น
การตั้งค่า OPC UA Failover มักจะดำเนินการผ่านซอฟต์แวร์จำพวก OPC Gateway หรือ Connectivity Suite โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
1. กำหนด Endpoint URL ของทั้ง Primary และ Secondary Server
2. ตั้งค่าการตรวจสอบสถานะ (Keep-alive/Heartbeat)
3. กำหนดเงื่อนไขการสลับเครื่อง (Failover Condition) เช่น เมื่อค่า Latency สูงเกินกำหนด หรือขาดการติดต่อเกิน 5 วินาที
สรุป
การลงทุนทำ OPC UA Failover อาจดูเหมือนเป็นการเพิ่มต้นทุนในตอนแรก แต่หากเทียบกับความเสียหายที่เกิดจากระบบล่ม (System Downtime) แล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งเพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Factory อย่างเต็มตัว
OPC UA, Failover, Industrial IoT, Automation
