ในการทำ Digital Transformation สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการดึงข้อมูลจาก "เครื่องจักรเก่า" (Legacy Machines) ที่สื่อสารผ่านโปรโตคอลรุ่นเดิม หรือมีโครงสร้างข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบ การใช้ OPC UA (Open Platform Communications Unified Architecture) เป็นตัวกลางนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่หัวใจสำคัญคือการ ปรับแต่ง Data Type ให้เหมาะสมเพื่อให้ระบบ IT หรือ Cloud นำไปใช้งานต่อได้ทันที
ทำไมต้องปรับแต่ง Data Type สำหรับเครื่องจักรเก่า?
เครื่องจักรสมัยก่อนมักใช้การเก็บข้อมูลแบบ Raw Data เช่น 16-bit Integer หรือ BCD (Binary Coded Decimal) ซึ่งหากเราดึงค่าตรงๆ เข้าสู่ระบบ ERP หรือ Dashboard ข้อมูลเหล่านั้นจะอ่านไม่รู้เรื่อง การปรับแต่ง Data Type ใน OPC UA Server ช่วยให้เราสามารถ:
- Scaling: แปลงค่าจากสัญญาณไฟฟ้า (4-20mA) ให้เป็นหน่วยวิศวกรรมที่อ่านออก
- Data Normalization: เปลี่ยน Data Type จาก Integer เป็น Float เพื่อความละเอียด
- Metadata Integration: ใส่หน่วย (Unit) และคำอธิบาย (Description) ลงไปใน Node ของ OPC UA
แนวทางการกำหนด Node และ Mapping ข้อมูล
เทคนิคที่สำคัญคือการสร้าง Variable Node ที่มีการทำ Value Conversion ในระดับ Gateway ก่อนจะส่งต่อไปยัง Client โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- Identify Address: ระบุตำแหน่ง Register ของ PLC เก่า (เช่น Modbus Address หรือ M-Register)
- Define Target Type: กำหนดว่าใน OPC UA จะให้แสดงผลเป็นประเภทใด (เช่น Double, String, หรือ Boolean)
- Apply Transformation: ใช้สูตรคำนวณ เช่น $y = mx + c$ เพื่อปรับแต่งค่าให้ถูกต้อง
Pro Tip: การเลือกใช้ Structure Data Type ใน OPC UA จะช่วยรวมกลุ่มข้อมูลจากเครื่องจักรเก่าให้เป็นก้อนเดียวกัน (Object) ทำให้การจัดการ Object-Oriented ในฝั่ง Software ง่ายขึ้นมาก
สรุป
การปรับแต่ง Data Type ของ OPC UA ให้เหมาะกับเครื่องจักรเก่า ไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อให้ติด แต่คือการทำให้ข้อมูลมี "ความหมาย" (Context) เพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Smart Manufacturing อย่างแท้จริง
OPC UA, Industrial IoT, Data Type, Legacy Machine, Smart Factory, PLC, Automation
