ในยุคที่อุตสาหกรรม 4.0 กำลังรุ่งเรือง Hybrid Manufacturing กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การผลิตมีความยืดหยุ่นสูง การผสมผสานระหว่าง Additive Manufacturing (การเติมเนื้อวัสดุ) และ Subtractive Manufacturing (การตัดแต่งเนื้อวัสดุ) จำเป็นต้องมีกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน หรือ Standard Process เพื่อควบคุมคุณภาพและเวลา
ขั้นตอนการสร้าง Standard Process สำหรับ Hybrid Manufacturing
1. การออกแบบและวางแผน (Design & Digital Workflow)
เริ่มต้นด้วยการออกแบบ 3D Model ที่คำนึงถึงทั้งการพิมพ์และการกัดงาน การกำหนดค่า Tolerance และการเผื่อระยะสำหรับ CNC เป็นส่วนสำคัญในขั้นตอน Digital Integration
2. กระบวนการเติมเนื้อวัสดุ (Additive Phase)
ในขั้นตอนนี้ จะใช้เทคโนโลยีเช่น DED (Directed Energy Deposition) หรือ PBF (Powder Bed Fusion) เพื่อสร้างรูปทรงพื้นฐาน (Near-net Shape) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบได้มหาศาล
3. การปรับแต่งและตัดแต่ง (Subtractive Phase)
เมื่อได้ชิ้นงานหลักแล้ว ระบบจะส่งต่อไปยัง CNC Machining เพื่อขัดผิวหรือเจาะรูในจุดที่ต้องการความละเอียดสูง (High Precision) การทำ Standard Process ในขั้นนี้จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการตั้งค่าพิกัดงาน
4. การตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control & Inspection)
การใช้เครื่อง CMM หรือ 3D Scanner ตรวจสอบความแม่นยำหลังจากจบกระบวนการ เพื่อยืนยันว่าชิ้นงานตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
