เพิ่มประสิทธิภาพงาน Hybrid Manufacturing ด้วยการตั้งค่าพารามิเตอร์ที่ถูกต้อง
ในยุคปัจจุบันการทำ Additive Manufacturing หรือการพิมพ์ 3 มิติไม่ได้หยุดอยู่แค่การขึ้นรูปให้เสร็จในขั้นตอนเดียว แต่บ่อยครั้งเราจำเป็นต้องนำชิ้นงานไปเข้ากระบวนการ CNC Machining เพื่อให้ได้ความละเอียด (Tolerance) และผิวสัมผัสตามมาตรฐานอุตสาหกรรม บทความนี้จะเจาะลึกเทคนิคการปรับ Parameter Additive ให้พร้อมสำหรับการกัดต่อโดยลดความเสี่ยงชิ้นงานเสีย
1. การเผื่อระยะ (Material Offset / Stock Allowance)
หัวใจสำคัญของการเตรียมชิ้นงานคือการเพิ่มเนื้อวัสดุให้เพียงพอต่อการถูกกัดออก หากปรับค่านี้ไม่เหมาะสม จะทำให้เครื่อง CNC ไม่สามารถเก็บรายละเอียดผิวได้ครบถ้วน
- Wall Thickness: ควรเพิ่มความหนาของผนัง (Perimeter) อย่างน้อย 1.5 - 2.0 mm จากขนาดจริง
- Overstock: ปรับค่า Offset ในซอฟต์แวร์ Slicer ให้มากกว่าค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องพิมพ์
2. การตั้งค่า Infill Density เพื่อความแข็งแรง
ชิ้นงานที่ต้องนำไปกัดต่อต้องทนต่อแรงสั่นสะเทือนและแรงกดจากดอกกัด (Cutting Force) ได้ ดังนั้นการปรับ Infill จึงเป็นเรื่องสำคัญ
แนะนำให้ใช้ความหนาแน่น Infill อย่างน้อย 40-60% และเลือกรูปแบบที่เป็น Grid หรือ Gyroid เพื่อการกระจายแรงที่สม่ำเสมอทั่วทิศทาง
3. การพิมพ์จุดยึดจับ (Workholding Features)
เทคนิคที่มืออาชีพใช้คือการออกแบบพารามิเตอร์ให้มีการพิมพ์ส่วน "ติ่ง" หรือ "ฐานยึด" เพิ่มเติม เพื่อให้ปากกาจับงาน (Vise) หรือ Jigs สามารถจับชิ้นงาน Additive ได้แน่นหนาและได้ระนาบ (Datum) ที่แม่นยำก่อนเริ่มกระบวนการกัด
Pro Tip: อย่าลืมเช็คทิศทางการพิมพ์ (Build Orientation) ให้สอดคล้องกับแนวแรงที่จะถูกกัด เพื่อป้องกันการแยกตัวของชั้น Layer (Delamination)
