Showing posts with label การผลิตสมัยใหม่. Show all posts
Showing posts with label การผลิตสมัยใหม่. Show all posts

4.28.2026

เจาะลึกวิธีควบคุม Tolerance ในกระบวนการ Hybrid ให้แม่นยำระดับไมครอน

ในยุคที่การผลิตแบบ Hybrid Manufacturing (การรวมการพิมพ์ 3 มิติและการกัด CNC เข้าด้วยกัน) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ปัญหาใหญ่ที่วิศวกรต้องเจอคือ "การควบคุมค่าความคลาดเคลื่อน" หรือ Tolerance บทความนี้จะเผยเทคนิคการจัดการเพื่อให้ชิ้นงานของคุณมีคุณภาพสูงสุด

1. การเผื่อระยะ (Stock Allowance) ในขั้นตอน Additive

หัวใจสำคัญของกระบวนการ Hybrid คือการไม่พิมพ์ชิ้นงานให้มีขนาดพอดีเป๊ะตั้งแต่แรก คุณควรเผื่อเนื้อวัสดุไว้ประมาณ 0.5 - 1.5 มม. เพื่อให้หัวตัด CNC สามารถทำงานในขั้นตอน Subtractive ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำเช่นนี้จะช่วยลดปัญหาชิ้นงานเล็กเกินไปหากเกิดการหดตัว (Shrinkage) ระหว่างพิมพ์

2. การหาจุดอ้างอิง (Zero-Point Alignment)

ความคลาดเคลื่อนส่วนใหญ่มักเกิดจากการเปลี่ยนโหมดระหว่างการพิมพ์และการตัด การใช้ระบบ Zero-Point Clamping หรือเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง (Probing) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าพิกัด $X, Y, Z$ ของทั้งสองระบบตรงกัน 100%

3. การจัดการความร้อน (Thermal Management)

วัสดุที่เพิ่งพิมพ์เสร็จมักมีความร้อนสะสม ซึ่งส่งผลต่อการขยายตัวของโลหะหรือพลาสติก หากทำการกัด CNC ทันทีขณะที่วัสดุยังร้อน เมื่อเย็นตัวลงขนาดจะเพี้ยนไปจากค่า Tolerance ที่กำหนด ดังนั้นควรมีขั้นตอนการพักชิ้นงานหรือการใช้ระบบหล่อเย็นที่เหมาะสม

เคล็ดลับ : การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ CAM ที่รองรับ Hybrid โดยเฉพาะ จะช่วยคำนวณเส้นทางการเดินมีด (Toolpath) ที่สัมพันธ์กับความหนาของเลเยอร์ที่พิมพ์จริง ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด

สรุป

การควบคุม Tolerance ในกระบวนการ Hybrid ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องจักรที่แม่นยำ แต่คือการวางแผนตั้งแต่การออกแบบ (DfM), การเผื่อเนื้อวัสดุ, และการรักษาเสถียรภาพทางความร้อน เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด

3.28.2026

วิธีวิเคราะห์ต้นทุน Hybrid Manufacturing อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ

ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 การผลิตแบบ Hybrid Manufacturing หรือการผสมผสานระหว่างการพิมพ์ 3 มิติ (Additive Manufacturing) และการกัดกลึง CNC (Subtractive Manufacturing) เริ่มมีบทบาทสำคัญ แต่คำถามที่ผู้ประกอบการมักเจอคือ "จะคำนวณต้นทุนอย่างไรให้แม่นยำ?" บทความนี้จะพาคุณไปดูขั้นตอนการวิเคราะห์ต้นทุนอย่างเป็นระบบ

1. โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure) ของระบบไฮบริด

การวิเคราะห์ต้นทุน Hybrid Manufacturing ต้องมองข้ามแค่ค่าวัสดุ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:

  • Build Cost (ต้นทุนการขึ้นรูป): รวมถึงค่าผงโลหะ/เรซิน และพลังงานที่ใช้ในกระบวนการ Additive
  • Finishing Cost (ต้นทุนการปรับแต่ง): ค่าแรงและเวลาเครื่องจักร CNC ในการเก็บรายละเอียดผิวงาน
  • Setup & Overhead: ค่าซอฟต์แวร์ CAM การออกแบบ Support Structure และค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร

2. ขั้นตอนการคำนวณต้นทุนอย่างเป็นระบบ

เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด ควรใช้สูตรการคำนวณที่ครอบคลุมวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Costing):

ขั้นตอนที่ 1: วิเคราะห์ Material Efficiency

คำนวณปริมาณเนื้อวัสดุที่ใช้จริงเทียบกับส่วนที่ต้องถูกกัดออก (Buy-to-Fly Ratio) ยิ่งค่านี้ต่ำ ต้นทุนวัสดุก็จะยิ่งคุ้มค่า

ขั้นตอนที่ 2: ประเมิน Machine Hourly Rate

เครื่องจักร Hybrid มักมีราคาสูง ดังนั้นการคำนวณค่าเสื่อมราคาต่อชั่วโมง (Depreciation) จึงสำคัญมาก โดยต้องรวมทั้งเวลาที่หัวพิมพ์ทำงานและหัวตัดทำงาน

3. กลยุทธ์การลดต้นทุน (Cost Optimization)

หากต้องการให้การผลิตแบบไฮบริดคุ้มค่ากว่าวิธีดั้งเดิม ควรเน้นไปที่:

  • การออกแบบชิ้นงานแบบ Generative Design เพื่อลดปริมาณเนื้อวัสดุ
  • การเลือกพิมพ์เฉพาะส่วนที่มีความซับซ้อนสูง และใช้การกัดกลึงในส่วนที่เป็นทรงเรขาคณิตพื้นฐาน

สรุป: การวิเคราะห์ต้นทุน Hybrid Manufacturing อย่างเป็นระบบ ช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าชิ้นงานไหนควรผลิตแบบไฮบริด และชิ้นงานไหนควรใช้การผลิตแบบเดิม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในเชิงพาณิชย์

3.27.2026

วิธีใช้ Hybrid Manufacturing ในงาน Re-manufacturing

ในยุคที่ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม Re-manufacturing หรือการคืนสภาพผลิตภัณฑ์เก่าให้กลับมาใช้งานได้เหมือนใหม่ จึงได้รับความนิยมอย่างมาก และเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนเกมในด้านนี้ก็คือ Hybrid Manufacturing 

Hybrid Manufacturing คืออะไร?

Hybrid Manufacturing คือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี Additive Manufacturing (การเติมเนื้อวัสดุแบบ 3D Printing) และ Subtractive Manufacturing (การตัดแต่งเนื้อวัสดุด้วย CNC) เข้าด้วยกันในเครื่องเดียว ทำให้เราสามารถซ่อมแซมชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ

ขั้นตอนการใช้ Hybrid Manufacturing ในงาน Re-manufacturing

1. การสแกนและวิเคราะห์ความเสียหาย (Inspection)

เริ่มต้นด้วยการทำ 3D Scanning เพื่อประเมินส่วนที่สึกหรอ ข้อมูลนี้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับโมเดล CAD ต้นฉบับเพื่อหาจุดที่ต้องเติมเนื้อโลหะลงไป

2. การเติมเนื้อวัสดุ (Additive Layering)

เครื่องจะทำการพ่นผงโลหะหรือเส้นลวดแล้วใช้เลเซอร์หลอมละลาย (เช่นเทคโนโลยี DED - Directed Energy Deposition) เพื่อเติมเนื้อวัสดุลงในส่วนที่ขาดหายไปบนชิ้นส่วนเดิมโดยตรง

3. การกัดแต่งเพื่อความแม่นยำ (Subtractive Machining)

หลังจากเติมเนื้อเสร็จแล้ว ระบบ CNC จะทำการกัดแต่งผิวหน้า (Finishing) เพื่อให้ได้ขนาดและค่าความละเอียด (Tolerance) ตามมาตรฐานโรงงาน ทำให้ชิ้นส่วนที่ซ่อมแซมมีความแข็งแรงและผิวสัมผัสเหมือนของใหม่

ข้อดีของการทำ Re-manufacturing ด้วยระบบ Hybrid

  • ลดต้นทุน: ประหยัดกว่าการผลิตชิ้นส่วนใหม่ทั้งหมดถึง 50-80%
  • ลดเวลา: ไม่ต้องรอคิวหล่อชิ้นงานใหม่ ลดเวลา Downtime ของเครื่องจักร
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ใช้ทรัพยากรน้อยลงและลดขยะอุตสาหกรรม
การเลือกใช้ Hybrid Manufacturing ในงานซ่อมบำรุงขั้นสูง ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดงบประมาณ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมในองค์กรของคุณอีกด้วย

3.10.2026

เจาะลึกเทคนิค Additive Manufacturing: ทางลัดสู่การผลิตแบบ Near-Net Shape ที่แม่นยำ

ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตต้องการความเร็วและลดการสูญเสียทรัพยากร เทคนิค Near-Net Shape (NNS) จึงกลายเป็นเป้าหมายหลัก และการใช้ Additive Manufacturing หรือการพิมพ์ 3 มิติ ก็คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใกล้รูปร่างสุดท้ายของชิ้นงานได้มากที่สุดตั้งแต่ขั้นตอนแรก

ทำไมต้อง Near-Net Shape?

Near-Net Shape คือกระบวนการผลิตที่ทำให้ชิ้นงานมีรูปร่างใกล้เคียงกับขนาดจริงที่จะใช้งานมากที่สุด เพื่อลดขั้นตอนการตกแต่งผิว (Finishing) หรือการกัดกลึง (Machining) ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมหาศาล

เทคนิคการใช้ Additive เพื่อสร้าง Near-Net Shape

  • การออกแบบด้วย Topology Optimization: ใช้ซอฟต์แวร์คำนวณโครงสร้างเพื่อให้ใช้เนื้อวัสดุเฉพาะจุดที่จำเป็น ช่วยลดส่วนเกินที่ต้องตัดทิ้ง
  • การควบคุม Layer Thickness: การเลือกความหนาของชั้นเลเยอร์ที่เหมาะสมช่วยให้ผิวงานมีความละเอียด ลดภาระการขัดแต่งในภายหลัง
  • เทคนิค Hybrid Manufacturing: การผสมผสานระหว่างการพิมพ์ 3 มิติ และการกัดกลึงในเครื่องเดียวกัน เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ใกล้เคียงกับ Net Shape มากที่สุด
  • การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม: ไม่ว่าจะเป็นโลหะผงหรือพอลิเมอร์ การควบคุมความร้อนระหว่างผลิตจะช่วยลดการบิดเบี้ยว (Distortion) ของชิ้นงาน

ประโยชน์ของการผลิตแบบลดการสูญเสีย

การนำเทคนิค Additive Manufacturing มาใช้สร้าง Near-Net Shape ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็ว แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดการผลิตสีเขียว เพราะช่วยลดขยะจากกระบวนการผลิต (Scrap reduction) และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

สรุปได้ว่า การเข้าใจเทคนิคการปรับแต่งค่าในกระบวนการ Additive คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนจากการผลิตแบบเดิมๆ ไปสู่ยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าและความแม่นยำสูงสุด

3.01.2026

Hybrid Manufacturing: พลิกโฉมโรงงานยุคใหม่ด้วยการรวมพลัง 3D Printing และ CNC

ในยุคที่อุตสาหกรรมก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 คำว่า Hybrid Manufacturing กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้โรงงานเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้คืออะไร และทำไมโรงงานยุคใหม่ถึงต้องเริ่มปรับตัว

Hybrid Manufacturing คืออะไร?

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Hybrid Manufacturing คือการรวมเอา 2 กระบวนการหลักมาไว้ในเครื่องเดียวหรือระบบเดียว ได้แก่:

  • Additive Manufacturing (การเพิ่มเนื้อวัสดุ): หรือการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อสร้างรูปทรงที่ซับซ้อน
  • Subtractive Manufacturing (การลดเนื้อวัสดุ): หรือการกัด/กลึงด้วย CNC เพื่อความละเอียดแม่นยำและผิวสัมผัสที่เรียบเนียน

ทำไมโรงงานยุคใหม่ถึงต้องใช้ Hybrid Manufacturing?

การทำความเข้าใจ Hybrid Manufacturing จะช่วยให้คุณเห็นโอกาสในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ดังนี้:

ข้อดี รายละเอียด
ลดระยะเวลา (Lead Time) ผลิตชิ้นงานจบในเครื่องเดียว ไม่ต้องย้ายเครื่องจักรไปมา
ประหยัดวัสดุ เติมเนื้อวัสดุเฉพาะจุดที่จำเป็น ลดเศษเหล็กจากการกัดทิ้ง
ซ่อมแซมชิ้นงานได้ สามารถพ่นเติมเนื้อโลหะลงบนชิ้นส่วนที่สึกหรอแล้วกัดให้ได้ขนาดเดิม

ขั้นตอนการทำงานของระบบไฮบริด

  1. Deposition: ใช้หัวพิมพ์ 3D (เช่น Laser Metal Deposition) สร้างโครงร่างชิ้นงาน
  2. Machining: ใช้หัวกัด CNC ปรับแต่งพื้นผิวในจุดที่ต้องการความละเอียดสูง (Tolerance ต่ำ)
  3. Inspection: ตรวจสอบคุณภาพด้วยระบบเซนเซอร์ในตัว

สรุป

การนำ Hybrid Manufacturing มาใช้ในโรงงาน ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีใหม่ แต่มันคือการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแม่พิมพ์, อวกาศ และเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการนวัตกรรมระดับสูง

10.25.2025

⚡ การตัดสมัยใหม่: เจาะลึกเทคโนโลยีเครื่องตัดเลเซอร์ (Fiber Laser) และเครื่องตัด Wire Cut (EDM) ข้อดี-ข้อเสีย และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม




🔬 1. เทคโนโลยีการตัดด้วยแสง: เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser Cutting Machine)


เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ลำแสงเลเซอร์กำลังสูงในการหลอมละลายหรือระเหยวัสดุ ทำให้เกิดรอยตัดที่แม่นยำและรวดเร็ว
  • หลักการทำงาน: แหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ (Fiber Laser) ผลิตลำแสงที่มีพลังงานสูง ลำแสงนี้จะถูกส่งผ่านใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) ไปยังหัวตัด เลนส์จะโฟกัสลำแสงให้มีขนาดเล็กมากและมีความหนาแน่นของพลังงานสูงไปยังชิ้นงาน ทำให้วัสดุบริเวณนั้นหลอมละลายหรือระเหยไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการเป่าแก๊สช่วยตัด (เช่น Oxygen หรือ Nitrogen) เพื่อไล่วัสดุที่หลอมเหลวออกไป
  • ข้อดี:
  • ความเร็วสูง: ตัดได้เร็วกว่าการตัดแบบดั้งเดิมมาก โดยเฉพาะวัสดุที่บาง
  • ความแม่นยำสูง: ให้รอยตัดที่เรียบและขอบคม ไม่ต้องเก็บงานมาก
  • ใช้งานหลากหลาย: ตัดได้ทั้งโลหะ เช่น เหล็ก, สเตนเลส, อะลูมิเนียม, ทองแดง, ทองเหลือง
  • ประหยัดพลังงาน: มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงกว่าเลเซอร์ CO2
  • บำรุงรักษาง่าย: ชิ้นส่วนสึกหรอน้อย
  • ข้อเสีย:
  • ต้นทุนเริ่มต้นสูง: ราคาเครื่องแพงกว่าเครื่องมือตัดบางประเภท
  • ไม่เหมาะกับวัสดุสะท้อนแสงสูงบางชนิด: อาจต้องใช้เทคนิคพิเศษหรือมีความท้าทายในการตัด
  • ความหนาจำกัด: มีข้อจำกัดในการตัดวัสดุที่มีความหนามากๆ (เมื่อเทียบกับ Wire Cut)
  • การประยุกต์ใช้:
  • อุตสาหกรรมยานยนต์, การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ป้ายโฆษณา, เฟอร์นิเจอร์โลหะ, อุปกรณ์ทางการแพทย์, งานสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง


⚡ 2. เทคโนโลยีการตัดด้วยไฟฟ้า: เครื่องตัด Wire Cut (EDM - Electrical Discharge Machining)

เครื่องตัด Wire Cut หรือ Wire EDM เป็นเทคโนโลยีการตัดที่ใช้การกัดเซาะด้วยประกายไฟฟ้า (Electric Discharge) เพื่อตัดวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ โดยไม่ใช้แรงทางกล

  • หลักการทำงาน: ลวดทองเหลืองหรือลวดโมลิบดีนัมที่มีขนาดเล็กมากจะถูกป้อนผ่านชิ้นงานในของเหลวไดอิเล็กทริก (Dielectric Fluid) และถูกประจุไฟฟ้า เมื่อลวดเข้าใกล้ชิ้นงานมากพอ จะเกิดประกายไฟฟ้า (Spark) ทำให้วัสดุบริเวณนั้นหลอมละลายและถูกพัดพาออกไปโดยของเหลวไดอิเล็กทริก การเคลื่อนที่ของลวดจะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (CNC) เพื่อสร้างรูปทรงที่ซับซ้อน
  • ข้อดี:
  • ตัดวัสดุแข็งได้ดีเยี่ยม: เหมาะสำหรับวัสดุที่แข็งมากหรือไม่สามารถตัดด้วยวิธีอื่นได้ (เช่น เหล็กชุบแข็ง, คาร์ไบด์)
  • ไม่เกิดความเค้น/ความร้อนสูง: กระบวนการตัดไม่สร้างแรงกดดันทางกลบนชิ้นงาน และเกิดความร้อนเฉพาะจุด ทำให้ไม่เสียรูปทรง
  • ความแม่นยำสูงมาก: สามารถสร้างชิ้นส่วนที่มีความละเอียดและคลาดเคลื่อนต่ำมาก
  • สร้างรูปทรงซับซ้อนได้: ตัดมุมเล็กๆ หรือรูปทรงที่ซับซ้อนสูงได้ดี
  • ข้อเสีย
  • ความเร็วต่ำ: เป็นกระบวนการที่ช้ากว่าการตัดด้วยเลเซอร์มาก
  • จำกัดเฉพาะวัสดุนำไฟฟ้า: ไม่สามารถใช้กับวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าได้
  • ต้นทุนเริ่มต้นและค่าบำรุงรักษา: เครื่องมีราคาแพง และค่าลวดกับของเหลวไดอิเล็กทริกมีราคา
  • มีลวดสิ้นเปลือง: ลวดที่ใช้ในการตัดจะหมดไปเรื่อยๆ
  • การประยุกต์ใช้:
  • การผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die Making), ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบิน, ชิ้นส่วนทางการแพทย์ที่ต้องการความแม่นยำสูง, ชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์, ชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งสูงมาก


💡 3. สรุปการเลือกใช้และแนวโน้มในอุตสาหกรรม

การเลือกใช้เทคโนโลยีการตัดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุ, ความหนา, ความละเอียดของชิ้นงาน, และงบประมาณ
  • Fiber Laser: เลือกใช้เมื่อต้องการความเร็วสูง, ตัดวัสดุที่หลากหลาย, และเน้นงานที่ต้องการความคมชัดบนวัสดุที่ไม่หนามาก
  • Wire Cut (EDM): เลือกใช้เมื่อต้องการความแม่นยำสูงสุด, ตัดวัสดุที่แข็งมาก, หรือสร้างรูปทรงที่ซับซ้อนที่ไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีอื่น
เทคโนโลยีทั้งสองกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเร็ว, ประหยัดพลังงานมากขึ้น, และมีความอัจฉริยะในการควบคุมเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม 4.0

หัวข้อหลัก :
  • เทคโนโลยีการตัด, เครื่องจักรกล, การแปรรูปโลหะ, อุตสาหกรรม, การผลิตสมัยใหม่

ไฟเบอร์เลเซอร์ :
  • Fiber Laser, เครื่องตัดเลเซอร์, Laser Cutting, การตัดเร็ว, ตัดโลหะ

Wire Cut (EDM) :
  • Wire Cut, EDM, เครื่องตัดลวด, Electrical Discharge Machining, ตัดแม่พิมพ์, วัสดุแข็ง

การเปรียบเทียบ :
  • ข้อดีข้อเสียเครื่องตัด, เปรียบเทียบการตัด, ความแม่นยำสูง, ความเร็วในการตัด

การประยุกต์ใช้ :
  • อุตสาหกรรมยานยนต์, การผลิตแม่พิมพ์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, Precision Machining

#FiberLaser #WireCut #เครื่องตัดเลเซอร์ #EDM #เทคโนโลยีการตัด #การแปรรูปโลหะ

เทคนิคการใช้เครื่องมือและเครื่องจักร

การรีไซเคิล (10) การทำเฟือง (8) การกัดเฟือง (7) การกลึงไม้ (6) การประกอบ (6) การผลิตรถยนต์ (6) การสร้างฟีดสกรู (6) การกลึงโลหะ (5) การสร้างรถยนต์ (5) การติดตั้ง (4) การผ่าไม้ฟืน (4) การทดลอง (3) การปรับตั้ง (3) การสร้างเครื่องกลึง (3) การกลึงใน (2) การกัดอลูมิเนียม (2) การทำเกลียวไม้ (2) การทำเฟอร์นิเจอร์ (2) การผลิตโซ่ (2) การล็อกมีดกลึง (2) การสาธิต (2) การกลึง (1) การกลึงทองแดง (1) การกลึงเงา (1) การควบคับหุ่นยนต์ (1) การดัดโค้ง (1) การตัดมุม45 (1) การตัดแผ่นเหล็ก (1) การต่อมุมฉาก (1) การทำแผ่นคลัชท์ (1) การทำโช๊คอัพ (1) การทำโต๊ะงาน (1) การทำไม้กระดาน (1) การปูพื้นคอนกรีต (1) การผลิตเชือก (1) การผลิตแผ่นคลัช (1) การผลิตโช๊กอัพ (1) การพับโค้ง (1) การพิมพ์ลายโลหะ (1) การวัดค่าการกลึง (1)

ประเภทของงานที่ใช้เครื่องมือและเครื่องจักร

งานไม้ (31) เครื่องคัดเหรียญ (25) เครื่องขัด (24) เครื่องขัดกระดาษทราย (21) เครื่องจักรทำขนม (19) เครื่องเชื่อม (16) งานโลหะแผ่น (15) เครื่องจักรบดย่อย (14) งานประดิษฐ์ (10) งานกลึงโลหะ (9) งานกัดโฟม (9) งานก่อสร้าง (7) งานกลึง (6) งานหล่อโลหะ (6) งานช่างไม้ (5) งานประปา (5) งานพับโลหะแผ่น (5) งานโลหะ (5) เครื่องคัดไข่ (5) เครื่องงอท่อโค้ง (5) เครื่องขัดไม้ (4) งานปูน (3) งานวายคัท (3) งานเชื่อม (3) งานกลึงไม้ (2) งานเครื่องกล (2) งานเชื่อมเ็หล็ก (2) งานกลึงท่อนไม้ (1) งานช่างก่อสร้าง (1) งานดัด (1) งานผนัง (1) งานแสดงหุ่นยนต์ (1) เครื่องขัดกระดาษทราย makita (1) เครื่องคว้านท่อ (1) เครื่องงอท่อพีวีซี (1) เครื่องงอเหล็กH-Beam (1) เครื่องงอเหล็กแบบมือโยก (1) เครื่องซ่อมล้อแม็ก (1) เครื่องดัดกลมแผ่นอลู (1)

เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ

3D printer DC มอเตอร์ Feed screw Gears Jig Jigจับเจาะ Jigเซาะร่องไม้ Motor Prints3D Robot Arm Table Saw Tool ของเครื่องCNC X-ลิฟท์ กบไสไม้ กระจกรถยนต์ กระจกใส กระดาษทราย กลไกมือหุ่นยนต์ กาวซิลิโคน ก้อนอิฐ คอนเวเยอร์ ฉนวนกันความร้อน ชั้นวางของ ชั้นวางสินค้า ชุดฝึก ชุดเฟือง บอลโลหะ ผ้าทราย มอเตอร์ มอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์งานไม้ อุปกรณ์จับยึด อุปกรณ์ช่างไม้ อุปกรณ์ซ่อมเกลียว อุปกรณ์ดัดท่อ อุปกรณ์ดัดเหล็ก อุปกรณ์ตัดโฟม อุปกรณ์ต๊าปเกลียวกรู อุปกรณ์ม้วนเหล็ก อุปกรณ์ยกรถมอเตอร์ไซค์ อุปกรณ์ห้องครัว อุปกรณ์ห้องน้ำ อุปกรณ์เครื่องกลึง อุปกรณ์เครื่องมิลลิ่ง อุปกรณ์เครื่องเชื่อม แขนกลCNC